สุดสยอง “ภาคินฆ่าแม่” ชำแหละแช่ถัง ฝังไม่หมด ยังขึ้นดอยดับไฟป่า

ความจริงจากปาก ผญบ.เวียงป่าเป้า เผย “ภาคิน” ฆ่าชำแหละศพแม่แช่ถังน้ำแข็ง สารภาพถูกมารดาทวงหนี้ ตบหน้า ขู่แฉความลับเลยชักมีดแทง สุดสยองลากศพแขวนหลังบ้าน ไปส่งลูกสาว แวะซื้อมีด รอสายๆ จึงชำแหละ ตั้งใจจะฝังทั้งร่างแต่ดินแข็ง ขุดไม่เข้า ฝังได้แค่ส่วนศีรษะ..
จากเหตุการณ์ นายภาคิน มหาทรัพย์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 247/1 หมู่ 1 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ใช้อาวุธมีดฆ่าหั่นศพ นางอรุณี ชลทรัพย์ อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 476/1 หมู่ 1 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า มารดาตัวเอง ชำแหละชิ้นส่วนร่างกายแช่น้ำแข็ง 2 ถัง ส่วนศีรษะไปฝังที่ริมถนนสายพร้าว-เวียงป่าเป้า ห่างจากบ้านไป 12 กม. ก่อเหตุเวลา 04.00 น.วันที่ 27 ก.พ. และเข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.เวียงป่าเป้า เช้าวันที่ 28 ก.พ.นั้น
เผยลูกทรพีฆ่าหั่นศพแม่ บอกหัวฝังที่ชายป่า ตร.เวียงป่าเป้าแจ้งข้อหาหนัก
ตร.ภ.5 เจ๋ง! จับ ‘ยาบ้า-ไอซ์’ ลอตใหญ่ พบเสี่ย ‘ภาคิน’ เบื้องหลังค้ายา
พาชี้จุดหั่นศพ เดนนรกฆ่าปิดปากแม่ กลัวแฉความลับที่ข่มขืนลูก
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 29 ก.พ. 63 ร.ต.อ.ประเสริฐ พาดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เวียงป่าเป้า ได้ควบคุมตัวนายภาคิน ผู้ต้องหา ภายหลังการสอบสวนเสร็จ พร้อมด้วยนายสมชาย สุรินทร์ ผู้ใหญ่บ้าน ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า ไปชี้ที่เกิดเหตุร้านน้ำแข็งโกตี๋ ริมถนนเชียงราย-เชียงใหม่ หมู่ 10 ต.เวียง ซึ่งภายหลังจากการฆ่านางอรุณี ผู้เป็นแม่ได้มาซื้อน้ำแข็งที่ร้านไปแช่ศพ จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลจังหวัดเชียงรายผัดแรก ในข้อหา
“ฆ่าบุพการีโดยทรมาน หรือการกระทำทารุณโหดร้าย ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิดการเกิดการตายแห่งการตาย ทำให้เสียหายเคลื่อนย้าย ทำลายหรือทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไว้ประโยชน์ซึ่งศพ ส่วนของศพ หรือเถ้าของศพ และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ก่อนที่ผู้ต้องหาจะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย
นายสมชาย สุรินทร์ ผู้ใหญ่บ้านหัวเวียง หมู่ 1 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า เปิดเผยว่า จากการสอบถามนายภาคิน ผู้ต้องหาเล่าให้ฟังว่าก่อนเกิดเหตุ นางอรุณี ลงมาจากบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ยกพื้นสูง มาเคาะประตูเรียกนายภาคิน ที่หน้าห้องแถว เพื่อเอากุญแจรถปิกอัพอีซูซุสีขาว ซึ่งเป็นรถของสามีใหม่ผู้ตายขับออกไปข้างนอก และมีการทวงถามหนี้ที่นายภาคิน ยืมจากนางอรุณี แต่นายภาคินได้ผัดผ่อนกับผู้ตาย บอกว่ารถยนต์ที่ขายไป 120,000 บาท ร้านที่รับซื้อเพิ่งจ่ายเงินมาครึ่งเดียว 6 หมื่นบาท ถ้าได้เงินส่วนที่เหลือจะเอามาคืนให้ แต่นางอรุณี ไม่ยอม จึงเกิดมีปากเสียงกัน มีการพูดถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติของนายภาคินกับลูกสาว ในเชิงข่มขู่ว่า จะไปแจ้งความเอาผิด
ด้วยความโกรธ ผู้เป็นแม่ได้ตบหน้าลูกชายอย่างแรง ทำให้นายภาคินผลักแม่ล้มลง และชักมีปลายแหลมยาว 20 ซม. แทงนางอรุณีอย่างไม่ยั้งมือจนขาดใจตาย จากนั้นได้ลากศพไปแขวนไว้ที่หลังบ้าน จนกระทั่งเช้า ได้ขับรถปิกอัพอีซูซุสีขาว ทะเบียน บบ-3165 พะเยา พาลูกสาว 2 คนไปส่งที่โรงเรียน โดยลูกสาวคนโตได้ขอลาเรียนและนั่งรถกลับมาด้วยกัน ก่อนเข้าบ้านได้แวะซื้อน้ำแข็งที่ร้านโกตี๋ และซื้อมีดปลายแหลม 1 เล่ม บริเวณริมถนนเชียงราย-เชียงใหม่ หมู่ 10 ต.เวียง
จากนั้น พอสายๆ จึงได้ไปนั่งชำแหละศพนางอรุณีตลอดทั้งวัน แช่ใส่ถังน้ำแข็ง และลังพลาสติกสีฟ้าจนถึงเย็น จึงนำถังและลังพลาสติกขึ้นท้ายรถปิกอัพไปที่บริเวณชายป่าข้างถนนสายพร้าว-เวียงป่าเป้า ห่างจากบ้านประมาณ 12 กม. โดยตั้งใจจะฝังชิ้นส่วนทั้งหมด แต่ดินแข็งขุดไม่เข้า จึงทำการฝังเพียงแค่ศีรษะ นำถังน้ำแข็ง 2 ใบกลับไปไว้ที่บ้าน ตั้งใจว่ารุ่งขึ้นวันที่ 28 ก.พ. จะเอาไปหาที่ฝังใหม่
ปรากฏว่า พอเช้าวันที่ 28 ก.พ. นายสมชาย ผู้ใหญ่บ้านได้โทรศัพท์ ให้นายภาคิน พาชาวบ้านขึ้นดอยไปฟันหญ้าทำแนวกันไฟ จากนั้นเวลา 09.00 น. นายสมชายได้แจ้งว่านายภาคินฆ่าชำแหละแม่ตัวเองตาย จึงแจ้งตำรวจสกัดจับ ทำให้ผู้ต้องหาซึ่งได้ยินวิทยุที่พกพาไปด้วย รีบลงจากดอยเข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.เวียงป่าเป้า
ส่วนศพผู้ตาย ส่งให้นิติเวช รพ.เชียงราย ตกแต่งศพจากนั้นจะมอบให้ญาตนำกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านในวันจันทร์ที่ 2 มี.ค.63